คำถามยอดฮิตสำหรับผู้ใช้งานรถจักรยานยนต์ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่เพิ่งออกรถหรือผู้ที่ใช้งานมานาน คงหนีไม่พ้นคำถามที่ว่า "มอไซฮอนด้าเติมน้ำมันอะไรดี" เนื่องจากปั๊มน้ำมันในปัจจุบันมีตัวเลือกให้เติมมากมายจนอาจทำให้สับสน ทั้งแก๊สโซฮอล์ 95, แก๊สโซฮอล์ 91, E20 หรือแม้กระทั่งเบนซินบริสุทธิ์ การเลือกน้ำมันผิดประเภทนอกจากจะส่งผลต่อสมรรถนะการขับขี่แล้ว ในระยะยาวยังอาจส่งผลเสียต่อชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์และระบบจ่ายน้ำมันอีกด้วย
บทความนี้จะพาไปเจาะลึกและทำความเข้าใจเกี่ยวกับระบบเครื่องยนต์ของรถจักรยานยนต์ Honda ยุคปัจจุบัน พร้อมตารางเปรียบเทียบข้อดีและข้อเสียของน้ำมันแต่ละประเภท เพื่อให้สามารถเลือกเติมน้ำมันได้อย่างถูกต้อง ประหยัดค่าใช้จ่าย และช่วยยืดอายุการใช้งานรถจักรยานยนต์ให้ยาวนานที่สุด โดยเฉพาะผู้ขับขี่ที่ต้องใช้รถเดินทางทำมาหากินในชีวิตประจำวันทุกวัน
ก่อนที่จะไปดูว่าน้ำมันแต่ละประเภทมีข้อดีข้อเสียอย่างไร สิ่งสำคัญอันดับแรกคือการเข้าใจระบบเครื่องยนต์และเทคโนโลยีหัวฉีด PGM-FI ของ Honda ซึ่งได้รับการพัฒนาให้รองรับน้ำมันเชื้อเพลิงที่หลากหลาย ค่าที่ต้องคำนึงถึงคือ "ค่าออกเทน" (Octane Rating) ซึ่งเป็นตัวเลขที่บ่งบอกถึงความสามารถในการต้านทานการน็อกของเครื่องยนต์
รถจักรยานยนต์ Honda รุ่นปัจจุบันส่วนใหญ่ ตั้งแต่รถครอบครัวยอดนิยมอย่าง Honda Wave 110i, Wave 125i, Super Cub ไปจนถึงรถสกู๊ตเตอร์ออโตเมติกอย่าง Honda Scoopy, Click 160, PCX 160, ADV160 รวมไปถึงรถสปอร์ตระดับตำนาน ได้ถูกออกแบบมาให้รองรับน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีค่าออกเทน 91 ขึ้นไป และโครงสร้างของระบบท่อน้ำมัน ถังน้ำมัน และหัวฉีด ได้รับการพัฒนาให้ทนทานต่อแอลกอฮอล์ในน้ำมันกลุ่มแก๊สโซฮอล์เรียบร้อยแล้ว
จุดสังเกต: สามารถตรวจสอบประเภทน้ำมันที่รถรองรับได้ง่ายๆ จากสติกเกอร์ที่ติดอยู่บริเวณฝาถังน้ำมัน หรือเปิดดูในคู่มือการใช้งานรถจักรยานยนต์รุ่นนั้นๆ
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนในการเลือกใช้งาน ต่อไปนี้คือรายละเอียดของน้ำมันแต่ละประเภทที่รถจักรยานยนต์ Honda สามารถเติมได้ พร้อมบทวิเคราะห์ข้อดีและข้อเสียในการใช้งานจริง
1. แก๊สโซฮอล์ 95 (Gasohol 95 / E10)
น้ำมันที่เกิดจากการผสมระหว่างน้ำมันเบนซิน 90% กับเอทานอล 10% เป็นน้ำมันยอดนิยมที่ช่างซ่อมรถและผู้เชี่ยวชาญมักแนะนำให้เติม เนื่องจากมีค่าออกเทนสูงและมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ในสัดส่วนที่พอเหมาะ
ข้อดี:
▶เครื่องยนต์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ อัตราเร่งดี บิดติดมือ
▶ การเผาไหม้สมบูรณ์ ลดการสะสมของคราบเขม่าในห้องเผาไหม้
▶ หาเติมง่าย มีให้บริการทุกปั๊มน้ำมันทั่วประเทศ
เหมาะกับรถจักรยานยนต์ Honda ทุกรุ่น ตั้งแต่รถใช้งานทั่วไปจนถึงรถซีซีสูง (Big Bike)
ข้อเสีย:
▶ ราคาต่อนลิตรสูงกว่าแก๊สโซฮอล์ 91 และ E20
▶ หากจอดรถทิ้งไว้เป็นเวลานานหลายเดือน แอลกอฮอล์อาจเกิดการระเหยหรือแยกตัวและดึงความชื้นเข้ามา ทำให้เกิดคราบเหนียวในระบบหัวฉีดได้
2. แก๊สโซฮอล์ 91 (Gasohol 91 / E10)
ส่วนผสมคล้ายกับแก๊สโซฮอล์ 95 คือมีเอทานอลผสมอยู่ 10% แต่ใช้เบนซินพื้นฐานที่มีค่าออกเทนต่ำกว่า ทำให้ราคาถูกลงมาอีกระดับ
ข้อดี:
▶ ราคาประหยัดกว่าแก๊สโซฮอล์ 95 ช่วยลดค่าใช้จ่ายในแต่ละถัง
▶ ใช้งานทั่วไปในเมือง การจราจรติดขัด ได้อย่างไม่มีปัญหา
▶ เครื่องยนต์ทำงานราบรื่นสำหรับรถที่ระบุให้รองรับออกเทน 91
ข้อเสีย:
▶ อัตราเร่งอาจจะรู้สึกตื้อกว่าแก๊สโซฮอล์ 95 เล็กน้อย โดยเฉพาะตอนที่ต้องการเร่งแซงหรือบรรทุกหนัก
▶ ไม่เหมาะกับรถจักรยานยนต์สมรรถนะสูงหรือรถแข่งที่ต้องการกำลังเครื่องยนต์สูงสุด
3. แก๊สโซฮอล์ E20 (Gasohol E20)
น้ำมันเชื้อเพลิงที่มีส่วนผสมของเอทานอลสูงถึง 20% และมีน้ำมันเบนซิน 80% เป็นน้ำมันที่เน้นความคุ้มค่าและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รถจักรยานยนต์ Honda ยุคใหม่เกือบทุกรุ่นได้รับการปรับแต่งกล่องควบคุม (ECU) ให้จ่ายน้ำมันได้เหมาะสมกับ E20 แล้ว
ข้อดี:
▶ ราคาถูกที่สุดในกลุ่มน้ำมันแก๊สโซฮอล์ ช่วยเซฟเงินในกระเป๋าได้เป็นอย่างดี
▶ มีค่าออกเทนที่สูง (ส่วนใหญ่แอลกอฮอล์จะช่วยดันค่าออกเทนให้เทียบเท่าหรือสูงกว่า 95) ทำให้ลดอาการเครื่องยนต์น็อกได้ดี
▶ การเผาไหม้สะอาด ปล่อยมลพิษต่ำ
ข้อเสีย:
▶ เนื่องจากเอทานอลให้ค่าพลังงานความร้อนต่ำกว่าเบนซิน ทำให้หมดเร็วกว่า หรือรู้สึกว่าน้ำมันลดไวเมื่อวิ่งระยะทางไกล
▶ ไม่เหมาะกับรถจักรยานยนต์ Honda รุ่นเก่า (อายุมากกว่า 10-15 ปีขึ้นไป) ที่ระบบท่อน้ำมันและซีลยางยังไม่รองรับแอลกอฮอล์เข้มข้น ซึ่งอาจทำให้ท่อยางเปื่อยและอุดตันได้
4. เบนซิน 95 (Pure Benzene 95)
น้ำมันเบนซินบริสุทธิ์ 100% ไม่มีส่วนผสมของเอทานอลหรือแอลกอฮอล์ใดๆ เลย เป็นน้ำมันที่มีคุณภาพสูงที่สุดและราคาสูงที่สุดเช่นกัน
ข้อดี:
▶ ให้พลังงานสูงสุด เครื่องยนต์เดินเรียบ อัตราเร่งดีเยี่ยมที่สุด
▶ ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ จึงไม่มีปัญหาเรื่องการดึงความชื้นหรือกัดกร่อนซีลยาง
▶ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับรถที่ต้องการจอดทิ้งไว้เป็นเวลานาน (จอดข้ามปี) โดยน้ำมันไม่เสื่อมสภาพ
ข้อเสีย:
▶ ราคาแพงที่สุดในท้องตลาด ไม่คุ้มค่าสำหรับการขับขี่ใช้งานในชีวิตประจำวันทั่วไป
▶ ปั๊มน้ำมันบางแห่ง โดยเฉพาะในแถบชุมชนหรือต่างจังหวัด อาจจะไม่มีน้ำมันประเภทนี้ให้บริการ
| ประเภทน้ำมัน | ค่าออกเทน | อัตราเร่ง/สมรรถนะ | ความประหยัด (ราคา) | ความเหมาะสมในการใช้งาน |
| แก๊สโซฮอล์ 95 | 95 | ดีเยี่ยม | ปานกลาง | เหมาะกับรถทุกรุ่น ใช้งานทั่วไปและเดินทางไกล |
| แก๊สโซฮอล์ 91 | 91 | ปานกลาง | ดี | เหมาะกับรถครอบครัว วิ่งใช้งานทั่วไปในเมือง |
| แก๊สโซฮอล์ E20 | 95+ | ดี | ดีเยี่ยมที่สุด | เหมาะกับรถรุ่นใหม่ ขี่ทำงาน ส่งของ เน้นประหยัด |
| เบนซิน 95 | 95 | ดีที่สุด | น้อย (ราคาสูง) | เหมาะกับรถใหญ่ รถสมรรถนะสูง หรือรถที่จอดนาน |
การจะตัดสินใจว่ามอร์เตอร์ไซค์ฮอนด้าเติมน้ำมันอะไรดีที่สุด ต้องพิจารณาจากพฤติกรรมการขับขี่และรุ่นรถเป็นหลัก ดังนี้
▶ สำหรับสายเน้นประหยัด ขี่ใช้งานทุกวัน (เช่น วิ่งไรเดอร์ ส่งของ ขี่ไปทำงาน)
หากใช้รถรุ่นใหม่ เช่น Honda Wave 110i, Wave 125i, Scoopy หรือ Click 160 ที่มีการใช้งานรถทุกวัน วิ่งระยะทางเยอะ การเลือกเติม แก๊สโซฮอล์ E20 คือทางเลือกที่คุ้มค่าที่สุดในแง่ของเม็ดเงินที่จ่ายไป แม้ว่าตัวน้ำมันจะหมดเร็วกว่าเล็กน้อย แต่เมื่อเทียบส่วนต่างราคาต่อลิตรแล้ว ก็ยังช่วยลดต้นทุนค่าน้ำมันต่อเดือนลงไปได้มาก
▶ สำหรับสายเดินทางไกล ขี่ข้ามจังหวัด หรือต้องการความสมูท
หากต้องขี่รถระยะทางไกลบ่อยๆ ใช้ความเร็วสูง หรือขับขี่ขึ้นเขา ลงห้วย แนะนำให้เลือกเติม แก๊สโซฮอล์ 95 เพราะให้พลังงานที่เสถียร อัตราเร่งบิดแซงทำได้ทันใจ และให้ระยะทางต่อถังที่ค่อนข้างยาวนานกว่าเมื่อวิ่งด้วยความเร็วคงที่
▶ สำหรับสายจอดมากกว่าขี่ หรือรถแต่งซิ่ง
หากมีรถหลายคัน หรือขี่เฉพาะวันหยุด สัปดาห์ละครั้ง หรือจอดรถทิ้งไว้เป็นเดือนๆ การยอมจ่ายแพงเพื่อเติม เบนซิน 95 คุ้มค่าที่สุดในระยะยาว เนื่องจากน้ำมันจะไม่บูด เสื่อมสภาพยาก และไม่สร้างปัญหาคราบเหนียวอุดตันในระบบหัวฉีดและปั๊มติ๊กเมื่อจอดทิ้งไว้นาน
▶ ห้ามเติมน้ำมันดีเซลเด็ดขาด: รถจักรยานยนต์ Honda ทั่วไปเป็นเครื่องยนต์เบนซิน หากเติมดีเซลจะทำให้เครื่องยนต์สตาร์ทไม่ติดและระบบเชื้อเพลิงเสียหายทันที
▶ หลีกเลี่ยงการผสมน้ำมันสลับไปสลับมาบ่อยๆ: แม้ว่าการเติมน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 ผสมกับ 91 หรือ E20 จะไม่ทำให้เครื่องยนต์พังในทันทีเพราะกล่อง ECU สามารถปรับตัวตามค่าออกเทนได้ แต่การเปลี่ยนประเภทน้ำมันบ่อยเกินไปอาจทำให้การคำนวณอัตราสั่งจ่ายน้ำมันของกล่องควบคุมไม่นิ่ง ส่งผลให้เครื่องยนต์ทำงานไม่สมูทเท่าที่ควร
▶ ระวังการเติม E85: รถจักรยานยนต์ Honda ส่วนใหญ่ในตลาดยังไม่รองรับน้ำมัน E85 (ยกเว้นบางรุ่นที่ระบุชัดเจน) การนำไปเติมอาจทำให้เครื่องยนต์เร่งไม่ขึ้น หัวฉีดจ่ายน้ำมันไม่ทัน และชิ้นส่วนยางต่างๆ เสียหายอย่างรวดเร็ว
▶ มีรถพร้อมส่งทันที: ไม่ต้องรอนาน เราเป็นดีลเลอร์ใหญ่ที่มีสต๊อกรถหน้าร้านแน่นๆ ครบทุกรุ่น ทุกสี ยอดนิยม
ออกรถง่าย ได้ทุกเงื่อนไข: รองรับทั้งการซื้อด้วยเงินสดราคามิตรภาพ หรือจัดไฟแนนซ์ผ่อนสบาย กระเป๋า มีทีมงานให้คำปรึกษาเรื่องสินเชื่อ ดันให้ผ่านทุกเคส ทุกอาชีพ
▶ บริการจัดส่งทั่วประเทศไทย: อยู่ตรงไหนของชลบุรี หรือจังหวัดไหนๆ ทั่วประเทศ เรามีบริการส่งรถตรงถึงหน้าบ้านคุณ ปลอดภัย 100%
▶ บริการหลังการขายมาตรฐานศูนย์บริการ: มั่นใจกับการดูแลรักษาโดยทีมช่างผู้ชำนาญการที่ผ่านการอบรมจากฮอนด้าโดยตรง พร้อมอะไหล่แท้ 100%
▶ ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย: ทีมงานยินดีให้บริการด้วยความเต็มใจ
โทร. 03-313-5031
Facebook : เอเชียซิตี้มอเตอร์ มอไซค์ฮอนด้าชลบุรี
LINE : @asiacitymotor_1
Tiktok : @hondaasiachonburi